ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านอาจยืดเยื้อถึงสิ้นเมษายน ดันราคาน้ำมันเบนซินทะลุ 4 ดอลลาร์
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เปิดเผยเมื่อวันที่ 2 เมษายนว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในอิหร่านจำเป็นต้องใช้เวลาเพิ่มอีก 2-3 สัปดาห์เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่เหลือ ทำให้กรอบเวลาความขัดแย้งอาจขยายออกไปจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2026 สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนต์พุ่งขึ้น 7.8% แตะ 109 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) ปรับตัวขึ้น 11% สู่ระดับ 111 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันเบนซินขายปลีกในสหรัฐฯ จะยืนเหนือระดับ 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอนอย่างต่อเนื่อง
แรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยฉุดอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ร่วงลงสู่ระดับ 4.31% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดตลาดบวกแข็งแกร่ง ทำสถิติปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์สูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2026 หลังมีรายงานข้อเสนอจัดตั้งกลไกตรวจสอบการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซระหว่างอิหร่านและโอมาน นักวิเคราะห์เตือนว่า หากการสู้รบยืดเยื้อและอุปทานพลังงานในภูมิภาคตึงตัว ต้นทุนพลังงานที่สูงจะกดดันการใช้จ่ายของผู้บริโภคและภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง การเจรจาทางการทูตที่สำเร็จภายในไม่กี่สัปดาห์อาจช่วยจำกัดผลกระทบทางเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ได้ แต่หากความขัดแย้งลากยาวเกิน 6 สัปดาห์ อาจจุดชนวนการชะลอตัวของการเติบโตทางเศรษฐกิจในวงกว้าง